เจ้าของแบรนด์

ปัจจุบันหลายคนผันตัวมาเป็นเจ้าของแบรนด์กันมากขึ้น เพราะจะได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองรักและชื่นชอบ ได้เป็นนายตัวเอง มีอิสระทางความคิด และยังมีอิสระในการจัดสรรเวลาทำงานได้ตามต้องการ อย่างไรก็ตาม หนึ่งในข้อกังวลของคนทำแบรนด์คือปัญหาเรื่องยอดขายที่ไม่เป็นไปตามเป้า ส่งผลให้แบรนด์ไม่ประสบความสำเร็จดังที่คาดหวัง วันนี้ เพียว เดอริมา มี 9 เทคนิคดี ๆ ที่จะช่วยสร้างยอดขายให้ปังมาแนะนำ รับรองว่าจะช่วยผลักดันแบรนด์ที่คุณกำลังปลุกปั้นให้เติบโตได้อย่างเห็นผล คนที่มีแบรนด์ของตัวเองอยู่แล้วและมือใหม่ที่อยากเป็นเจ้าของแบรนด์ต้องรู้

9 เทคนิค สร้างแบรนด์ เพิ่มยอดขาย ที่เจ้าของแบรนด์ควรรู้ 

เจ้าของแบรนด์ คือ

ส่วนสำคัญที่คนอยากสร้างแบรนด์ตัวเองต้องเรียนรู้และให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ คือ การสร้างยอดขายให้แบรนด์เติบโต ซึ่งปัจจุบันมีแนวทางและเทคนิคการสร้างยอดขายให้ศึกษามากมาย มาดูกันว่ามีเทคนิคอะไรที่น่าสนใจบ้าง ดังนี้

9 เทคนิคสร้างแบรนด์

1. สำรวจตลาดและคู่แข่งให้ทะลุปรุโปร่ง

สิ่งแรกที่เจ้าของแบรนด์ต้องทำเมื่อเริ่มต้นสร้างแบรนด์ตัวเอง คือ การสำรวจตลาดและคู่แข่งอย่างละเอียดในทุกมิติ ยิ่งมีข้อมูลมากเท่าไรก็จะทำให้คุณเห็นภาพรวมของธุรกิจมากขึ้น เห็นโอกาสในการเติบโต รู้ช่องว่างในตลาด รู้จุดแข็ง-จุดอ่อนของคู่แข่ง รู้ความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งทั้งหมดจะช่วยให้คุณสามารถวางแผนการทำแบรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถคิดค้นและผลิตสินค้าหรือบริการให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้อย่างตรงจุด 

ตัวอย่างเช่น การสร้างแบรนด์ครีมสักแบรนด์หนึ่ง จำเป็นจะต้องสำรวจตลาดว่าครีมแบบใดที่มีความต้องการ คู่แข่งยังน้อย มีช่องว่างในตลาด เป็นต้น ซึ่งจะทำให้มีโอกาสเป็นผู้นำตลาดและสามารถสร้างยอดขายในปริมาณมากได้

2. รู้จักกลุ่มเป้าหมาย

นอกจากการสำรวจตลาดและคู่แข่งแล้ว สิ่งที่เจ้าของแบรนด์ต้องรู้ คือ กลุ่มเป้าหมายของแบรนด์คุณเป็นใคร โดยการจะรู้จักกลุ่มเป้าหมายนั้นสามารถหาได้จากการวิเคราะห์และสำรวจตลาด คุณต้องรู้ให้ได้ว่าจะผลิตสินค้าออกมาขายให้ใคร, เพศอะไร. อายุเท่าไร. ระดับรายได้ประมาณไหน. ความสนใจเป็นอย่างไร. พื้นที่พักอาศัยอยู่ที่ไหน. พฤติกรรมการซื้อเป็นอย่างไร เป็นต้น สิ่งเหล่านี้อาจจะดูเป็นข้อมูลที่ดูยิบย่อย แต่ยิ่งคุณรู้จักกลุ่มเป้าหมายมากเท่าไรก็จะทำให้สร้างสินค้าได้ตรงกับตรงกับพฤติกรรม ความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น และที่สำคัญยังรู้จักวิธีสื่อสารให้ไปถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างตรงจุด

3. หาเอกลักษณ์แบรนด์ให้เจอ

หาเอกลักษณ์แบรนด์

การทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำคืออีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยสร้างยอดขายได้ ซึ่งการจะทำให้แบรนด์เป็นที่จดจำของลูกค้า เจ้าของแบรนด์จะต้องหาเอกลักษณ์ของแบรนด์ตัวเองให้เจอ ซึ่งอาจหมายถึงจุดเด่นที่แตกต่างจากคู่แข่ง เช่น รูปลักษณ์ของสินค้าและบรรจุภัณฑ์, โทนสี, ชื่อสินค้า, ชื่อแบรนด์, คุณสมบัติสินค้าที่ไม่เหมือนใคร หรืออาจจะเป็นราคาที่เหมาะสมกับคุณภาพสินค้า เป็นต้น เพราะปัจจุบันมีคนหันมาลงทุนสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเองมากมาย แบรนด์ของคุณจึงควรมีเอกลักษณ์โดดเด่นและแตกต่างไปจากแบรนด์คู่แข่งอื่น ๆ เพื่อดึงดูดให้ลูกค้าจำได้และเลือกซื้อสินค้าแบรนด์ของคุณให้ได้มากที่สุด

4. หาพาร์ทเนอร์ธุรกิจที่มีคุณภาพ

การสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเองบางครั้งก็ไม่สามารถลงมือทำทุกอย่างได้ด้วยตัวคนเดียว จำเป็นต้องมีพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจเข้ามาช่วย ดังนั้นการหาพาร์ทเนอร์ธุรกิจที่มีคุณภาพจึงเป็นสิ่งที่เจ้าของแบรนด์ต้องให้ความสำคัญ เพราะพาร์ทเนอร์ธุรกิจถือเป็นอีกหนึ่งฟันเฟืองสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของคุณให้เดินหน้าถึงเป้าหมายที่วางไว้ 

ตัวอย่างเช่น หากคุณกำลังสร้างแบรนด์ครีม ก็ควรมองหาโรงงานผลิตครีมหรือที่เรียกว่า OEM ที่มีประสบการณ์ในการผลิตครีมโดยตรง ผ่านการรับรองมาตรฐาน GMP รวมถึงมีบริการที่ครอบคลุมเพื่อให้สามารถทำทุกขั้นตอนได้ครบในที่เดียว เป็นการช่วยลดต้นทุนและลดขั้นตอนในการส่งต่องานจากเจ้าหนึ่งไปยังอีกเจ้าหนึ่งที่อาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดระหว่างทางได้

5. ภาพลักษณ์แบรนด์ที่ดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

ภาพลักษณ์แบรนด์ที่ดีช่วยเพิ่มมูลค่าของแบรนด์ได้มหาศาล การจะทำให้แบรนด์มีภาพลักษณ์ที่ดีประกอบด้วยรายละเอียดหลายอย่างตั้งแต่ชื่อแบรนด์, ชื่อสินค้า, การออกแบบฉลากและบรรจุภัณฑ์, โทนสี, โลโก้, แบบอักษร ซึ่งทั้งหมดจะต้องสอดคล้องและเป็นไปในทางเดียวกัน 

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของช่องทางการขายต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ หน้าร้านค้าบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ หน้าโซเชียลมีเดีย รวมถึงการทำการตลาด การสร้างคอนเทนต์ การจัดโปรโมชัน การแพ็กสินค้า ความเร็วในการจัดส่ง การตอบคำถามลูกค้าที่รวดเร็ว ชัดเจน ตรงจุด ตลอดจนการรับประกันและการเคลมสินค้าที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลต่อภาพลักษณ์แบรนด์ทั้งสิ้น

แม้จะเป็นเพียงรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่รายละเอียดทั้งหมดที่ได้กล่าวไปนั้นถือเป็นสิ่งที่เจ้าของแบรนด์ไม่ควรมองข้าม เมื่อเจอปัญหาที่ส่งผลต่อภาพลักษณ์แบรนด์แม้เพียงเล็กน้อย ก็ควรรีบแก้ไขก่อนจะลุกลามไปเป็นปัญหาใหญ่ หากคุณสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้ดีได้ในสายตาลูกค้า แม้จะขายสินค้าที่มีราคาถูกหรือเป็นแบรนด์ขนาดเล็กที่เพิ่งเกิดใหม่ก็สามารถที่จะซื้อใจลูกค้าจำนวนมากได้ไม่ยาก

6. วางแผนการตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ

เจ้าของแบรนด์ครีม

การตลาดเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้ผู้คนเห็นและรู้จักสินค้าของคุณ ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าของแบรนด์ต้องคิดและวางแผนให้เหมาะสมกับตัวสินค้าและแบรนด์ของตัวเอง รวมถึงการเลือกใช้กลยุทธ์การตลาดในการประชาสัมพันธ์ให้แบรนด์และสินค้าเป็นที่รู้จัก ส่งเสริมการขาย และช่วยโน้มน้าวหรือดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย เช่น การทำโฆษณา, การทำคอนเทนต์, จ้างอินฟลูเอนเซอร์ช่วยรีวิวสินค้า, จัดโปรโมชันลด แลก แจก แถม, เข้าร่วมแคมเปญการตลาดของแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซต่าง ๆ เป็นต้น หากวางแผนการตลาดได้ถูกต้องเหมาะสมก็จะช่วยเพิ่มยอดขายสินค้าได้มากขึ้น

7. เลือกช่องทางการขายอย่างชาญฉลาด

ช่องทางการขายเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่เจ้าของแบรนด์ต้องเลือก และตัดสินใจให้เหมาะสมกับแบรนด์ เพราะสิ่งนี้ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้าโดยตรง เช่น หากคุณเป็นเจ้าของแบรนด์ครีมลดเลือนริ้วรอยแห่งวัย แต่เลือกขายใน Instagram ที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคน Gen Y และ Gen Z เป็นหลัก ก็อาจจะทำให้ยอดขายไม่เป็นไปตามที่ตั้งไว้ เพราะด้วยช่วงอายุของกลุ่มคน 2 Gen นี้ยังไม่จำเป็นต้องใช้ครีมลดเลือนริ้วรอย กลับกัน หากคุณขายครีมแต้มสิวและลดรอยแผลเป็นจากสิวก็อาจจะขายดีเพราะคนที่เล่น IG ส่วนใหญ่ยังเป็นวัยรุ่นและวัยทำงานที่ยังไงก็ต้องเจอปัญหาสิวรบกวนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นการเลือกช่องทางการขายให้ตรงกับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายจึงมีความสำคัญมาก

8. ศึกษาคู่แข่งอยู่เสมอ

เจ้าของแบรนด์ควรศึกษาคู่แข่งในตลาดอยู่เสมอเพื่อดูว่าตอนนี้คู่แข่งเป็นอย่างไร มีใครบ้าง จุดแข็ง-จุดอ่อนเป็นอย่างไร พัฒนาไปถึงไหนกันแล้ว เพื่อที่คุณจะได้ไม่ตกเป็นรองหรือตามหลังคนอื่น ขณะเดียวกันก็จะได้มีแนวทางในการพัฒนาสินค้าให้เหนือกว่าคู่แข่ง สร้างจุดเด่นที่เหนือกว่า สร้างคุณภาพสินค้าให้ดีกว่า เพื่อเพิ่มความได้เปรียบในธุรกิจ จะได้ไม่เสียฐานลูกค้าเก่าและเสียตำแหน่งในตลาดที่ปลุกปั้นมาเป็นอย่างดีไป

9. อัปเดตเทรนใหม่อยู่เสมอ ไม่หยุดที่จะเรียนรู้และปรับตัว 

นอกจากต้องศึกษาคู่แข่งแล้ว อีกหนึ่งข้อที่เจ้าของแบรนด์ต้องทำ คือ การอัปเดตเทรนด์ใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจหรือแบรนด์สินค้าที่ทำอยู่เสมอ เพราะปัจจุบันเทรนด์การทำธุรกิจ กลยุทธ์ กระแสต่าง ๆ นั้นเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่ความสนใจของผู้คนก็เปลี่ยนไปตามเทรนด์และกระแสเช่นกัน ดังนั้นเจ้าของแบรนด์ต้องหมั่นเรียนรู้และไม่หยุดนิ่งอยู่กับที่ ต้องปรับปรุงพัฒนาแบรนด์ให้ทันสมัย รวมถึงปรับตัวให้เข้ากับเทรนด์ใหม่ ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นในแง่มุมของคุณภาพสินค้า การทำการตลาดแบบใหม่ ๆ หรือเรื่องเทคโนโลยีการผลิต

ทำไมใคร ๆ ก็อยากเป็นเจ้าของแบรนด์? 

เจ้าของแบรนด์ คือ

ขึ้นชื่อว่า “เจ้าของแบรนด์” หรือ “เจ้าของกิจการ” ไม่ว่าใครก็มีความฝันที่อยากจะเป็นเพราะจะได้เป็นเจ้าของธุรกิจ มีอิสระ ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและชอบ เชื่อว่ามีความสุขมากกว่าการทำงานประจำและสามารถสร้างรายได้ได้มากกว่า เหตุผลเหล่านี้ทำให้หลายคนผันตัวมาเป็นเจ้าของแบรนด์เพื่อปั้นธุรกิจในฝันให้ประสบความสำเร็จที่แม้จะไม่ง่ายแต่ก็คุ้มค่าที่จะลองทำ แต่ก่อนจะเริ่มต้นสร้างแบรนด์ ลองมาดูข้อดีและข้อเสียของการเป็นเจ้าของแบรนด์กันว่ามีอะไรบ้าง

ข้อดีจากการเป็นเจ้าของแบรนด์

การเป็นเจ้าของแบรนด์มีข้อดีมากมาย ดังนี้

  • ได้ลงมือทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ตั้งแต่การคิด วางแผน ออกแบบ ควบคุมการผลิต ไปจนถึงกำหนดทิศทางของแบรนด์และกลยุทธ์การตลาด 
  • ได้ใช้ความรู้และความสามารถในการบริหารธุรกิจอย่างเต็มที่ ได้ฝึกความอดทน ฝึกการติดต่อประสานงาน รวมถึงได้ศึกษาเรื่องการลงทุนในธุรกิจ
  • ช่วยให้สามารถรู้จุดบกพร่องและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และสามารถพัฒนาปรับปรุงแบรนด์ให้ดีขึ้นได้ไม่จำกัด 
  • การเป็นเจ้าของแบรนด์เปรียบเสมือนเป็นนายตัวเอง มีความอิสระในการคิดและการบริหารจัดการ สามารถจัดสรรเวลาทำงานได้ตามต้องการ 
  • สามารถตัดสินใจและกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจ ตัวสินค้า การทำตลาด และอื่น ๆ ได้ด้วยตัวเองจากการที่รู้จักและเข้าใจสินค้าเป็นอย่างดี
  • สร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ลูกค้าได้เพราะมีข้อมูลทุกอย่างที่สามารถตอบคำถามหรือข้อสงสัยของลูกค้าได้ 
  • สามารถต่อยอดให้ธุรกิจเติบโตได้ง่าย ไม่ว่าจะขยายสาขา แตกไลน์สินค้าใหม่ หรือสร้างแบรนด์ลูกออกมา ก็สามารถทำได้ทันที ไม่มีข้อจำกัดในการดำเนินงาน
  • การเป็นเจ้าของแบรนด์มีโอกาสในการสร้างรายได้ที่ไม่จำกัด ขณะเดียวกันยังมีความภาคภูมิใจและมีความสุขเมื่อสิ่งที่ตั้งใจทำนั้นประสบความสำเร็จ

ข้อจำกัดจากการเป็นเจ้าของแบรนด์

แม้ว่าการเป็นเจ้าของแบรนด์จะมีข้อดีมากมาย แต่ก็มีข้อจำกัดอีกหลายอย่างที่ควรรู้ไว้ ดังนี้

  • เจ้าของแบรนด์ต้องแบกรับต้นทุนในการสร้างแบรนด์ทั้งหมดไว้แต่เพียงผู้เดียว ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนในการผลิต การจ้างทีมงาน การประชาสัมพันธ์และทำการตลาด เป็นต้น
  • การสร้างแบรนด์มีความเสี่ยงสูงที่จะขาดทุน หากไม่ประสบความสำเร็จหรือไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ รวมถึงอาจส่งผลต่อสินค้าที่ผลิตออกมาแล้วขายไม่ได้ เกิดสินค้าค้างสต๊อกหรือชำรุดเสียหาย
  • การเป็นเจ้าของแบรนด์จะต้องมาพร้อมกับการมีระเบียบวินัยสูงมาก ต้องมีความตั้งใจจริง ต้องมีความอดทนสูง และต้องทุ่มเทแรงกายแรงใจทั้งหมดที่มีไปกับธุรกิจ โดยเฉพาะในระยะแรกที่เพิ่งก่อตั้งแบรนด์
  • ต้องแบกรับภาระงานที่หนักกว่าการทำงานประจำ และต้องแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่ยากและท้าทายให้ได้
  • การสร้างแบรนด์ต้องใช้เวลากว่าจะประสบความสำเร็จ ซึ่งไม่สามารถบอกเป็นระยะเวลาที่แน่นอนได้
  • ระหว่างทางที่ทำธุรกิจต้องเจอกับปัญหาและอุปสรรคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งอาจเกิดความล่าช้าจนไม่เป็นไปตามแผนที่วางไว้
  • ต้องคำนึงถึงมาตรฐานและคุณภาพของสินค้าที่ผลิตออกมา ซึ่งอาจจะมีเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายเข้ามาเกี่ยวข้อง จึงจำเป็นที่จะต้องมีความรู้ที่มากว่าแค่ตัวสินค้าและการบริหารธุรกิจ

เทรนด์ธุรกิจ เป็นเจ้าของแบรนด์อะไรดี ? 

เทรนด์การทำธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไรก็ยังมีอยู่ธุรกิจหนึ่งที่ได้รับความนิยมไม่เสื่อมคลาย คือ ธุรกิจเกี่ยวกับความงาม เห็นได้จากแบรนด์สินค้าและบริการเกี่ยวกับความสวยความงามที่ผุดขึ้นใหม่อยู่ตลอด อีกทั้งตลาดก็มีขนาดใหญ่ มีความต้องการสูง และมีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี ดังนั้นการสร้างแบรนด์ครีมหรือแบรนด์เครื่องสำอางจึงไม่มีวันตกยุค เพียงแต่เจ้าของแบรนด์จะต้องไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเองและพัฒนาแบรนด์ให้เข้ากับกระแสหรือเทรนด์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และต้องมีการปรับตัวให้แบรนด์มีความพร้อมในการพบเจอกับความท้าทายใหม่ ๆ อยู่เสมอ 

สรุป

การสร้างแบรนด์สินค้าของตัวเองให้ประสบความสำเร็จอาจจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากเกินความสามารถหากมีการเตรียมตัวที่ดี สิ่งสำคัญคือเจ้าของแบรนด์จะต้องรู้จักแบรนด์และสินค้าของตัวเองเป็นอย่างดี มีการวางแผนการทำธุรกิจที่ชัดเจน รอบคอบ รัดกุม และมีประสิทธิภาพ ทั้งต้องไม่ลืมที่จะหาความรู้ใหม่ ๆ อยู่เสมอ ซึ่ง 9 เทคนิคสร้างยอดขายให้ปังในบทความนี้ก็เป็นอีกคำแนะนำดี ๆ ที่เจ้าของแบรนด์สามารถเรียนรู้และนำไปปรับใช้กับแบรนด์ของตัวเองได้ 

สิ่งสุดท้ายคือการสร้างแบรนด์ของตัวเองต้องใช้ทั้งความพยายาม และความทุ่มเทอย่างมหาศาลจนกว่าแบรนด์จะประสบความสำเร็จ หากคุณมีความพร้อมและตั้งใจที่จะลุยอย่างเต็มที่ก็ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณ เพื่อประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้ เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้
    รายละเอียดคุกกี้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหา ให้ตรงกับความเหมาะสมและความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ตรงกับความสนใจของคุณ
    รายละเอียดคุกกี้

บันทึกการตั้งค่า