“ครีมกันแดด” ไม่ได้แค่ประเภทเดียว ซึ่งประเภทของครีมกันแดดสามารถแบ่งออกได้ 3 ประเภทหลัก ซึ่งครีมกันแดดแต่ละประเภทตอบโจทย์ผิวและปกป้องผิวจากแสงแดดที่แตกต่างกัน การเข้าใจแต่ละประเภทของครีมกันแดดจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมาก โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการสร้างแบรนด์ครีมกันแดดให้ประสบความสำเร็จในตลาด เพราะการเข้าใจประเภทของครีมกันแดดทุกประเภท จะช่วยให้สามารถเลือกสูตรได้ตรงกลุ่มเป้าหมาย และแข่งขันในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ประเภทของครีมกันแดดแบบ Physical Sunscreen
Physical Sunscreen คือ ครีมกันแดดที่ใช้สารกันแดดจากแร่ธาตุเป็นส่วนผสมหลัก ทำหน้าที่ในการปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยการสะท้อน รังสี UVA และ UVB ออกจากผิวทันที จึงเปรียบได้ว่าครีมกันแดดประเภทนี้เปรียบเสมือน “กระจก” ทำงานโดยการสร้างเกราะป้องกันผิวเคลือบอยู่บนผิว
ซึ่งสารกันแดดจากแร่ธาตุที่ใช้ในการผลิตครีมกันแดดประเภท Physical Sunscreen เป็นสารที่มีความอ่อนโยน ปลอดภัย และได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มผิวแพ้ง่าย จึงเหมาะสำหรับการนำไปผลิตสร้างแบรนด์ครีมกันแดดกลุ่มผู้บริโภคที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย หรือผู้ที่ต้องการครีมกันแดดที่ใช้งานง่ายและเห็นผลทันที
จุดเด่นของประเภทครีมกันแดดแบบ Physical Sunscreen
- ปกป้องผิวได้ทันทีหลังทา
- อ่อนโยน เหมาะกับผิวแพ้ง่ายและผิวบอบบาง
- ไม่ซึมลงสู่ผิว จึงลดโอกาสการระคายเคือง
- มีความเสถียรสูง (Photostable) ไม่สลายตัวง่ายเมื่อโดนแดด
- ช่วยลดความเสี่ยงของผิวหมองคล้ำ ฝ้า กระ และริ้วรอยก่อนวัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ป้องกันผิวจากรังสี UVA และ UVB ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อจำกัดของประเภทครีมกันแดดแบบ Physical Sunscreen
- เนื้อครีมอาจหนักหรือเกลี่ยยากในบางสูตร
- มีโอกาสทิ้งคราบขาว (White Cast) บนผิวได้
ทั้งนี้ Pure Derima Laboratories ของเรามีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยให้ประเภทของครีมกันแดดแบบ Physical Sunscreen เนื้อสัมผัสบางเบา เกลี่ยง่าย และลดปัญหาคราบขาวได้
ประเภทของครีมกันแดดแบบ Chemical Sunscreen
Chemical Sunscreen คือครีมกันแดดที่ใช้สารเคมีเป็นตัวช่วยในการดูดซับรังสี UV จากแสงแดด แล้วเปลี่ยนพลังงานแสงให้กลายเป็นพลังงานความร้อน ก่อนปล่อยออกจากผิว จึงเปรียบได้เสมือนกับ “ฟองน้ำ” ที่ช่วยลดการทำร้ายผิวจากรังสี UVA และ UVB ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
จุดเด่นของประเภทครีมกันแดดแบบ Chemical Sunscreen
- เนื้อสัมผัสบางเบา เกลี่ยง่าย ซึมซาบไว ไม่ขาวไม่วอก ไม่เหนอะหนะ
- ไม่ทิ้งคราบขาว (No White Cast)
- สามารถใช้ร่วมกับการแต่งหน้าได้ง่าย เนื่องจากไม่รบกวนเมคอัพ
- สามารถใช้ได้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน
ข้อจำกัดของประเภทครีมกันแดดแบบ Chemical Sunscreen
- อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ในกลุ่มผู้บริโภคที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย
- ต้องรอให้สารกันแดดทำงานประมาณ 15–20 นาที ก่อนออกแดด
Chemical Sunscreen เป็นตัวเลือกของครีมกันแดดที่ตอบโจทย์เรื่องเนื้อสัมผัสบางเบาและใช้งานง่าย เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องแต่งหน้า หรือไม่ชอบความหนักผิว
ประเภทของครีมกันแดดแบบ Hybrid Sunscreen
Hybrid Sunscreen คือครีมกันแดดที่รวมข้อดีของทั้ง Physical Sunscreen และ Chemical Sunscreen ไว้ในผลิตภัณฑ์เดียว โดยใช้สารกันแดดทั้งแบบสะท้อนรังสีและดูดซับรังสีร่วมกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากแสงแดดอย่างครอบคลุม
จุดเด่นของประเภทครีมกันแดดแบบ Hybrid Sunscreen
- ใช้ทั้งสารกันแดดแบบ Physical และ Chemical ร่วมกัน
- สามารถปกป้องผิวโดยทำงานทั้งแบบสะท้อน (Reflect) และกระจาย (Scatter) รังสี UV ออกจากผิว
- ปกป้องผิวจากรังสี UVA และ UVB ได้อย่างครอบคลุมมากยิ่งขึ้น
- สามารถตอบโจทย์ทั้งเรื่องประสิทธิภาพและเนื้อสัมผัสได้อย่างลงตัว
ข้อจำกัดของประเภทครีมกันแดดแบบ Hybrid Sunscreen
- อาจยังมีโอกาสระคายเคืองได้ในกลุ่มผู้บริโภคที่มีผิวบอบบาง แพ้ง่าย แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสูตรและส่วนผสมที่ใช้ในการผลิตครีมกันแดดด้วย
- ราคาการผลิตเริ่มต้นสูงกว่าประเภทของครีมกันแดดประเภทอื่น
Hybrid Sunscreen คือกันแดดที่ผสานข้อดีของทั้งสองประเภทไว้ในหนึ่งเดียว ช่วยให้ได้ทั้งการปกป้องผิวที่มีประสิทธิภาพ และเนื้อสัมผัสที่ใช้งานง่าย
หากคุณกำลังมองหาโรงงานรับผลิตครีมกันแดดคุณภาพสูงที่รองรับครีมกันแดดทุกประเภท Pure Derima Laboratories พร้อมเป็นพาร์ทเนอร์สำคัญในการผลิตครีมกันแดดคุณภาพระดับมืออาชีพให้กับแบรนด์ของคุณ
หากสนใจผลิตครีมกันแดด สามารถติดตอบสอบถามได้ที่นี่
โทร. 02-285-4266
Line: @purederimaa
Facebook: Pure Derima Laboratories
