สินค้าดีแต่เลือกบรรจุภัณฑ์ผิด ก็อาจเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพได้ไว ในการสร้างแบรนด์สกินแคร์ นอกจากการพัฒนาสูตรให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคแล้ว สิ่งที่ควรให้ความสำคัญ คือ การเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เข้ากับเนื้อผลิตภัณฑ์ เพราะเนื้อสัมผัสที่ต่างกันก็ย่อมต้องการการรักษาคุณภาพที่ต่างกัน แล้วบรรจุภัณฑ์ที่ดีควรเลือกอย่างไรบ้างให้เหมาะกับเนื้อผลิตภัณฑ์ที่สุด? บทความนี้จะมาแนะนำ การเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เข้ากับเนื้อผลิตภัณฑ์ เทคนิคที่เจ้าของแบรนด์ไม่ควรมองข้าม
การเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เข้ากับเนื้อผลิตภัณฑ์ต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง ?
การเลือกบรรจุภัณฑ์ไม่ควรพิจารณาแค่เพียงดีไซน์หรือความสวยงามของบรรจุภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังต้องมีความเข้ากับลักษณะเนื้อผลิตภัณฑ์ เพื่อช่วยรักษาคุณภาพ ประสิทธิภาพ และช่วยให้ผู้บริโภคสามารถใช้งานได้สะดวก โดยสิ่งที่ควรคำนึงถึงเมื่อเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เหมาะกับเนื้อผลิตภัณฑ์ มีดังนี้
- ความข้น เหลวของเนื้อผลิตภัณฑ์
เนื่องจากผลิตภัณฑ์สกินแคร์แต่ละประเภท ต่างมีลักษณะของเนื้อผลิตภัณฑ์ที่แตกต่างกันไป ดังนั้น การเลือกบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับความหนืดของเนื้อ จะช่วยให้สามารถใช้งานได้สะดวกและควบคุมปริมาณการใช้ได้ดี เช่น เนื้อเจลหรือเซรั่มเหลวเหมาะกับขวดดรอปเปอร์หรือขวดปั๊ม เนื้อครีมเข้มข้นเหมาะกับกระปุกหรือหลอดบีบ และเนื้อโลชั่นเหลวเหมาะกับขวดปั๊มหรือขวดฝาเปิด–ปิด
- ความไวต่ออากาศและแสง
สารสกัดสำคัญอย่างชนิด เช่น วิตามินบางประเภท หรือสารสกัดเข้มข้น อาจมีความไวต่อแสงและออกซิเจนเป็นส่วนประกอบ จึงควรเลือกบรรจุภัณฑ์ขวดทึบแสง หรือขวดสุญญากาศ (Airless) เพื่อช่วยลดการสัมผัสกับอากาศ และช่วยรักษาคุณภาพของสูตรผลิตภัณฑ์ให้อยู่ได้นานขึ้น
- การใช้งานง่ายและความสะดวก
การเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เข้ากับเนื้อผลิตภัณฑ์ สามารถช่วยลดการปนเปื้อนได้ เช่น บรรจุภัณฑ์แบบขวดปั๊มหรือ Airless ที่สามารถช่วยลดการสัมผัสเนื้อครีมโดยตรง ทำให้มีความสะดวกและสุขอนามัยที่ดีในการใช้งาน ทั้งยังส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์ด้านคุณภาพและความใส่ใจต่อผู้บริโภคอีกด้วย
- ความเข้ากันของสารสกัดและวัสดุบรรจุภัณฑ์
การเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เข้ากับเนื้อผลิตภัณฑ์ ควรเลือกใช้วัสดุบรรจุภัณฑ์ที่มีความทนทาน และเข้ากับสูตรได้โดยไม่ทำปฏิกิริยากับสารสกัดและเนื้อผลิตภัณฑ์ เพื่อป้องกันการเสื่อมสภาพหรือการเปลี่ยนแปลงของผลิตภัณฑ์ โดยบรรจุภัณฑ์จะต้องผ่านทดสอบความเข้ากันได้ระหว่างสูตรกับบรรจุภัณฑ์
- ภาพลักษณ์และกลยุทธ์ราคา
นอกจากควรเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เข้ากับเนื้อผลิตภัณฑ์แล้ว ควรเลือกบรรจุภัณฑ์ให้สอดคล้องกับแนวคิดในด้านการตลาดของแบรนด์ เช่น เลือกใช้บรรจุภัณฑ์แบบขวดแก้วหรือ Airless สำหรับภาพลักษณ์ระดับพรีเมียม และเลือกใช้บรรจุภัณฑ์แบบหลอดหรือขวดพลาสติกคุณภาพดีสำหรับกลุ่มเป้าหมายที่เข้าถึงง่าย
แนะนำการเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เข้ากับเนื้อผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท
การเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เข้ากับเนื้อผลิตภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็น สกินแคร์ หรือครีมบำรุงผิว เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยคงคุณภาพของสูตร และไม่ทำให้เนื้อผลิตภัณฑ์และสารสกัดเกิดการเปลี่ยนแปลงระหว่างการใช้งาน และยังสามารถช่วยยืดอายุผลิตภัณฑ์ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคได้ แนะนำการเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เข้ากับเนื้อผลิตภัณฑ์ เช่น
- เนื้อเหลว
ผลิตภัณฑ์เนื้อเหลว เช่น โทนเนอร์ เอสเซนส์ ควรเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ใช้งานง่าย และสามารถควบคุมการไหลของผลิตภัณฑ์ได้ดี โดยบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม เช่น ขวดพลาสติก PET / HDPE ขวดแก้ว ขวดสเปรย์ หรือขวดฝาเปิด
- เนื้อเซรั่ม
เซรั่มมักเป็นสูตรที่มีสารสกัดที่เข้มข้นและไวต่ออากาศ ควรเลือกบรรจุภัณฑ์แบบปั๊มหรือดรอปเปอร์เพื่อช่วยควบคุมปริมาณการใช้ ลดการปนเปื้อน และยังช่วยให้ภาพลักษณ์ของแบรนด์ดูพรีเมียมขึ้น โดยบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม เช่น ขวดแก้วพร้อมดรอปเปอร์ ขวดปั๊มสุญญากาศ (Airless Pump) หรือขวดปั๊มคุณภาพสูง
- เนื้อครีม
ครีมและโลชั่นบำรุงผิว มักจะมีเนื้อที่มีความเข้มข้น และมีความหนืด ควรเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่ใช้งานสะดวกและสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ได้จนหมด โดยบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม เช่น กระปุกอะคริลิก กระปุกแก้ว ขวดปั๊ม หรือซอง
- เนื้อเจล
การเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เข้ากับเนื้อผลิตภัณฑ์แบบเจล ควรเลือกบรรจุภัณฑ์ที่สามารถควบคุมปริมาณได้ง่าย ลดการสัมผัสเนื้อผลิตภัณฑ์โดยตรง และเหมาะกับการพกพา โดยบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม เช่น หลอด (Tube) กระปุก ขวดปั๊ม หรือซอง
- เนื้อมาสก์และสครับ
เนื้อมาสก์หรือสครับมีเนื้อที่หนาและมีความแน่น การเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เข้ากับเนื้อผลิตภัณฑ์ควรเลือกใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถตักหรือใช้งานได้ง่าย และเหมาะกับปริมาณการใช้ต่อครั้ง โดยบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม เช่น กระปุก หรือหลอด
- สูตรไวต่อแสงและอากาศ
การเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เข้ากับเนื้อผลิตภัณฑ์สูตรไวต่อแสงและอากาศ เช่น Vitamin C Retinol และ Active Ingredient ควรเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยกันแสงและลดการสัมผัสอากาศ จะช่วยรักษาประสิทธิภาพของสูตร เนื่องจากสารออกฤทธิ์กลุ่มนี้สามารถเสื่อมสภาพได้ง่ายเมื่อโดนแสงและอากาศ โดยบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม เช่น ขวดแก้วสีชาหรือสีเข้ม ขวด Airless หรือขวดปั๊มสุญญากาศ
- สูตรกันแดด
การเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เข้ากับเนื้อผลิตภัณฑ์ครีมกันแดด ควรเลือกบรรจุภัณฑ์ที่ช่วยควบคุมปริมาณ สะดวกในการใช้งาน และพกพาได้ง่าย เหมาะกับการใช้ในชีวิตประจำวัน โดยบรรจุภัณฑ์ที่เหมาะสม เช่น หลอด (Tube) ขวดปั๊ม หรือซอง
7 บรรจุภัณฑ์ที่นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์สกินแคร์
การเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เข้ากับเนื้อผลิตภัณฑ์อย่างเหมาะสม มีผลต่อทั้งในด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์ ความสะดวกในการใช้งาน และภาพลักษณ์ของแบรนด์ ปัจจุบันบรรจุภัณฑ์สกินแคร์มีให้เลือกหลากหลายรูปแบบ โดยแต่ละประเภทเหมาะกับเนื้อผลิตภัณฑ์ และกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน ดังนี้
- ขวดปั๊ม (Pump Bottle) และขวดสุญญากาศ (Airless Pump) เหมาะสำหรับเนื้อผลิตภัณฑ์ที่มีความเหลวปานกลาง หรือผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดที่ไวต่อแสงและอากาศ เช่น โลชั่น ครีม และเซรั่มที่มีความเหลวปานกลาง เพราะสามารถควบคุมปริมาณได้ดี ลดการสัมผัสอากาศ รักษาคุณภาพของสารสกัด ลดการปนเปื้อน ใช้งานได้สะดวกและเหมาะกับการใช้งานประจำวัน
- ขวดดรอปเปอร์ (Dropper Bottle) เหมาะสำหรับเนื้อผลิตภัณฑ์ที่มีความเหลว เช่น เซรั่มหรือน้ำตบที่มีเนื้อบางเบา สามารถช่วยควบคุมปริมาณการใช้ได้แม่นยำ และยังให้ภาพลักษณ์ที่ดูเข้มข้นและมีความเฉพาะทาง
- ขวด PET (PET Bottles) นิยมสำหรับโทนเนอร์, คลีนซิ่ง, หรือน้ำตบ เพราะมีน้ำหนักเบา ไม่แตกง่าย ใส โปร่งใส และราคาไม่สูง เหมาะกับการใช้งานประจำวัน
- กระปุกครีม (Jar) เหมาะสำหรับเนื้อผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้น หรือเช่น ครีมบำรุงกลางคืน มาสก์หน้า หรือสูตรที่มีความหนืดสูง เนื่องจากสามารถเห็นเนื้อผลิตภัณฑ์ชัดเจน ทำให้สามารถตักใช้ง่าย และควบคุมปริมาณได้ดี
- หลอดบีบ (Tube) นิยมใช้กับผลิตภัณฑ์หลายประเภท เช่น ครีมกันแดด โฟมล้างหน้า หรือครีมบำรุง เพราะสามารถใช้งานได้ง่าย พกพาสะดวก ทั้งยังช่วยควบคุมต้นทุนได้ดี
- ขวดแก้ว (Glass Bottle) นิยมใช้กับผลิตภัณฑ์หลายประเภท เช่น เซรั่ม น้ำหอม หรือผลิตภัณฑ์ระดับกลางถึงพรีเมียม เพื่อช่วยเสริมภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูหรูหรา และสามารถสร้างมูลค่าให้กับแบรนด์ได้
- ซอง (Sachet) เป็นบรรจุภัณฑ์ที่นิยมใช้กับผลิตภัณฑ์ขนาดทดลอง หรือขนาดเล็กสำหรับเดินทาง และผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงง่าย เนื่องจากสามารถใช้งานได้สะดวก พกพาได้ง่าย และต้นทุนต่อชิ้นต่ำ เนื่องจากเป็นขนาดเล็กจึงช่วยกระตุ้นการทดลองใช้ ทำให้สามารถขยายฐานลูกค้าได้ง่าย
การเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เข้ากับเนื้อผลิตภัณฑ์ นอกจากจะช่วยคงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพดีแล้ว ยังเสริมความน่าเชื่อถือ และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับแบรนด์ เพราะบรรจุภัณฑ์ที่ดี คือ บรรจุภัณฑ์ที่เหมาะกับสูตร ใช้งานสะดวก รักษาคุณภาพได้ ทำให้การเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เข้ากับเนื้อผลิตภัณฑ์มีผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
สำหรับผู้ที่สนใจการสร้างแบรนด์ และต้องการเลือกบรรจุภัณฑ์ให้เข้ากับเนื้อผลิตภัณฑ์ สามารถเข้ามาปรึกษาหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Pure Derima Laboratories Line : @purederima Instagram : Purederima หรือ Tel : 02-285-4266 , 061-656-1449
