PURE DERIMA LABORATORIES ผู้เชี่ยวชาญด้านการรับจ้างผลิตเครื่องสำอาง สกินแคร์ และผลิตภัณฑ์ความงาม เข้าร่วมออกบูทแสดงสินค้าในงาน Grand Halal Bangkok 2026 มหกรรมด้านอุตสาหกรรมฮาลาลในระดับนานาชาติ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 15–17 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค (BITEC) บางนา อาคาร EH 98 ที่บูท AA19 ในโซน Health, Beauty & Fashion

งาน Grand Halal Bangkok 2026
ในงานเป็นการรวบรวมผู้ประกอบการกว่า 500 บริษัท จากมากกว่า 60 ประเทศทั่วโลกซึ่งมีการเติบโตของจำนวนผู้ร่วมแสดงสินค้ากว่า 250% จากการจัดงานที่ผ่านมา พร้อมคาดว่าจะเกิดการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) มากกว่า 1,200 คู่ค้า และมี Hosted Buyers เข้าร่วมกว่า 1,200 ราย นอกจากนี้ ยังมีคณะผู้แทนจากต่างประเทศ (International Delegation) มากกว่า 150 ราย รวมถึงคณะผู้แทนทางการค้าจากสถานทูตหลายประเทศ อาทิ ซาอุดีอาระเบีย อิหร่าน ปากีสถาน อินโดนีเซีย อียิปต์ และญี่ปุ่น ซึ่ง PURE DERIMA LABORATORIES ได้รับเกียรติเข้าร่วมเป็นหนึ่งใน 500 บริษัทจากทั่วโลกด้วย

ภายในบูท ผู้เข้าชมจะได้พบกับข้อมูลด้านบริการการผลิตครบวงจร ตั้งแต่การพัฒนาสูตร การออกแบบผลิตภัณฑ์ การผลิต ไปจนถึงการให้คำปรึกษาด้านการสร้างแบรนด์ เพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการที่ต้องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ความงามให้สามารถแข่งขันได้ทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศ
มีผู้สนใจเข้ามาเยี่ยมชมบูทของ PURE DERIMA LABORATORIES เป็นจำนวนมาก และยังมีกิจกรรมต่างๆเพื่อแจกของสมนาคุณ และสินค้าทดลองเพื่อให้ผู้ที่สนใจนำไปลองใช้และตัดสินใจก่อนเข้ามาผลิตสินค้า
สำหรับ PURE DERIMA LABORATORIES การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการนำเสนอศักยภาพด้านการรับจ้างผลิต OEM/ODM เครื่องสำอาง สกินแคร์ และผลิตภัณฑ์ความงาม ให้แก่ผู้ประกอบการ นักลงทุน และแบรนด์จากทั้งในและต่างประเทศ ที่กำลังมองหาพันธมิตรด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการผลิตที่ได้มาตรฐาน
งาน Grand Halal Bangkok 2026 ในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Gateway to the Global Halal Economy” และ “Purity Way of Life” เพื่อเป็นเวทีที่เชื่อมโยงระหว่างผู้ประกอบการ นักลงทุน ผู้ซื้อ และผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก เข้าด้วยกันเพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจยังเป็นการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางของผลิตภัณฑ์ฮาลาลในระดับสากล

งานครั้งนี้จัดขึ้นโดย Worldex ร่วมกับ คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (CICOT) และได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจาก 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สะท้อนถึงความร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชนในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมฮาลาลของไทย
อีกหนึ่งจุดเด่นของงานในครั้งนี้ คือการมีองค์กรรับรองมาตรฐานฮาลาล (MRA Certified Bodies) เข้าร่วมถึง 156 องค์กร จาก 54 ประเทศ ซึ่งช่วยสร้างเครือข่ายความร่วมมือและส่งเสริมการยกระดับมาตรฐานฮาลาลในระดับนานาชาติ
นอกจากโซนสุขภาพ ความงาม และแฟชั่นแล้ว ภายในงานยังมีโซนอาหารและเครื่องดื่มฮาลาลนานาชาติ โซนธุรกิจและแฟรนไชส์ โซนบริการฮัจญ์และอุมเราะห์ ตลอดจนกิจกรรมพิเศษ และการประชุมคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งสะท้อนมิติของเศรษฐกิจฮาลาลที่ครอบคลุมทั้งธุรกิจ วิชาการ และวิถีชีวิตด้วย

